เดลี นครอมตะ เมืองหลวงแห่งอินเดีย

เดลี (Delhi) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือดินแดนเมืองหลวงแห่งชาติเดลี (National Capital Territory of Delhi หรือ NCT) เป็นหนึ่งในดินแดนสหภาพ (Union Territory) ของประเทศอินเดีย มีเมืองหลวงคือกรุงนิวเดลี (New Delhi)

เดลี มีพื้นที่ประมาณ 1,483 ตร.กม. ด้านตะวันออกติดกับรัฐอุตตรประเทศ (Uttara Pradesh) และที่เหลือติดกับรัฐหรยาณา (Haryana) คาดการณ์ว่าจะมีประชากรราว 23 ล้านคนในปี ค.ศ. 2021 ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากเมืองมุมไบ

เดลี และเขตเมือง
Photo Credit: Economic Times

ส่วนเขตเมือง (urban area) ของเดลีในปัจจุบันถือว่าได้ขยายตัวออกจากอาณาเขตของ NCT และรวมปริมณฑลโดยรอบอีก 23 เมืองในรัฐหรยาณา อุตตรประเทศ  และราชสถาน อาทิ เมืองฆาซีอาบาด (Ghaziabad), ฟารีดาบาด (Faridabad), กุร์เกาน์ (Gurgaon) และนอยดา (Noida) เป็นต้น ซึ่งรวมกันเรียกว่า ภูมิภาคนครหลวงแห่งชาติ (National Capital Region หรือ NCR) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 55,098 ตร.กม. คาดว่าในปี ค.ศ. 2021 จะมีประชากรราว 64 ล้านคน


ประวัติและความเป็นมาของเดลี

เดลี มีประวัติความเป็นมายาวนาน และถูกปกครองโดยจักรพรรดิที่ทรงอำนาจหลายพระองค์ เชื่อกันว่าเดลีเคยถูกเลือกให้เป็นราชธานีครั้งแรกเมื่อราว 1400 ปี ก่อนคริสตกาลในนาม นครอินทรปรัสถ์ (Indraprastha) ของเหล่าปาณฑพในยุคสมัยสงครามมหาภารตะ

จากอินทรปรัสถ์ สู่นิวเดลี
Photo Credit: rkgpublishers.com

หลังจากนั้นเดลีได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมายาวนาน เผชิญกับการเปลี่ยนย้ายเมืองหลวง และได้ดำรงสถานะนครหลวงแห่งดินแดนชมพูทวีปมาถึง 7 ยุค 7 สมัยจนได้รับฉายาว่าเป็น “มหานคร 7 ราชธานี”

เดลีเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในยุคล่าอาณานิยม เมื่อจักรวรรดิอังกฤษค่อยๆ รุกคืบและยึดครองประเทศอินเดียยาวนานนับร้อยปี และยังได้ย้ายเมืองหลวงจากกัลกัตตา (ปัจจุบันชื่อโกลกาตา – Kolkata) กลับมาที่เดลีอีกครั้งในปี ค.ศ. 1911 พร้อมทั้งยังได้สร้างเดลีใหม่ หรือ “นิวเดลี” ขึ้นมา

(เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: ตอนที่อังกฤษสร้างเมืองเดลีขึ้นใหม่ตั้งใจจะให้ชื่อว่า “วิคตอเรีย” แต่สุดท้ายกลับไปใช้ชื่อเดิม และกลายเป็น “นิวเดลี” แทน)

หลังจากนั้นเมื่ออินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1947 นิวเดลีจึงได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหลวงของอินเดียอย่างเป็นทางการ


นิวเดลี (New Delhi)

นิวเดลี หรือ เดลีใหม่ เป็นผลงานการออกแบบและวางผังของ 2 สถาปนิกชาวอังกฤษ คือ “เซอร์เอ็ดวินลุตเยนส์” (Sir Edwin Lutyens) และ “เซอร์เฮอร์เบิร์ตเบเกอร์” (Sir Herbert Baker) สร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1931 ดูสวยงามสง่า มีเอกลักษณ์โดดเด่นไปด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิกผสมกับงานศิลปกรรมแบบอินเดีย

ทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย (Rashtrapati Bhavan) ที่แสดงถึงสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานได้เป็นอย่างดี
Photo Credit: Outlook India


โอลด์เดลี (Old Delhi)

โอลด์เดลี หรือเดลีเก่า อยู่ห่างจากนิวเดลีเพียงกำแพงกั้น โดยโอลด์เดลีอยู่ในเขตกำแพงที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าชาห์จาฮาน (Shah Jahan) ผู้เดียวกันกับที่สร้างทัชมาฮาล ซึ่งสร้างโอลด์เดลีขึ้นมาในระหว่างปี ค.ศ. 1638 – 1649 เนื่องจากต้องการย้ายเมืองหลวงจากเมืองอัครา (Agra) มายังเดลี

Old Delhi
Photo Credit: The Illustrated London News Jan 16, 1858

เมื่ออังกฤษเข้ามายึดครองอินเดียในปี ค.ศ. 1857 ก็เป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์โมกุล อังกฤษได้ย้ายเมืองหลวงจากเดลีไปที่เมืองกัลกัตตาจนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1911 ต่อมา อังกฤษได้สร้างนิวเดลีขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเดลีเก่า และได้สถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของอินเดียอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1931 เมืองหลวงเก่าจึงถูกเรียกว่า โอลด์เดลี นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบัน Old Delhi มีย่านสำคัญคือ Chandni Chowk ซึ่งเป็นศูนย์รวมตลาดซื้อขายสินค้าหลายประเภท
แผนปรับปรุง Chandni Chowk ในปี ค.ศ. 2020 ซึ่งปกติพลุกพล่านไปด้วยผู้คน
Photo Credit: India Times

สถานที่ท่องเที่ยวในเดลี
1. ประตูเมืองอินเดีย (India Gate) 
India Gate
Photo Credit: Incredible India

อนุสรณ์สถานแห่งสงครามครั้งสำคัญของอินเดีย โดยได้จารึกรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ เช่น ทหารและข้าราชการอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่พลีชีวิตในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และสงครามอัฟกันครั้งที่ 3 รวมทั้งทหารอินเดีย จำนวน 60,000 นาย ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วนบนยอดของประตูอินเดียสร้างเป็นอนุสรณ์แก่ทหารนิรนาม

 


2. ราษฎร์ปติภวัน (Rashtrapati Bhavan)
ตึกทางฝั่งซ้ายของราษฎร์ปติภวัน
Photo Credit: David Castor
สวนโมกุลในราษฎร์ปติภวัน
Photo Credit: Mohsin Javed

ราษฎร์ปติภวัน หรือทำเนียบประธานิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ที่ต้นถนนราชปาธ (Rajpath) ด้านตะวันตกบนเนินที่เรียกว่า Raisina Hill ตรงข้ามกับ India Gate ซึ่งอยู่ปลายถนนด้านตะวันออก เดิมเคยใช้เป็นวังของอุปราชอังกฤษในสมัยอาณานิคม ทางทิศตะวันตกมีสวนโมกุล (Mughal Garden) เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้ออกดอกสวยงาม ทั้งตัวอาคารและสวนมีเนื้อที่กว่า 350 เอเคอร์


3. ป้อมแดง (Red Fort) 
ป้อมแดง
Photo Credit: Alamy Stock Photo

ป้อมแดง สร้างขึ้นจากหินทรายแดง เป็นราชวังของพระเจ้าชาห์จาฮาน ทรงโปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1638  ใช้เวลา 10 ปีกว่าจะสร้างแล้วเสร็จ ปัจจุบันป้อมแดงใช้เป็นที่ประกอบพิธีฉลองเอกราชของอินเดียในวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี นายกรัฐมนตรีจะทำพิธีคลี่ธงชาติและกล่าวสุนทรพจน์ ณ เชิงเทินของพระราชวังแห่งป้อมแดงนี้


4. ป้อมปุราณะกิลา (Purana Qila) 
ป้อมปุราณะกิลา

ปุราณะกิลา หรือ ป้อมปราการเก่า มีอายุเก่าแก่หลายศตวรรษ เคยถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ตราประทับแห่งราชวงศ์โมกุล เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองอินทรปรัสถ์ในสมัยมหาภารตะ


5. คอนนอต เพลส (Connaught Place: CP)
Connaught Place
Photo Credit: The Statesman

คอนนอต เพลส หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ซีพี เป็นแหล่งชอปปิ้งที่สำคัญของเดลี ประกอบไปด้วยสินค้านานาแบรนด์ รวมไปถึงสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นและร้านอาหารจำนวนมาก


6. จันทรมันตรา (Jantar Mantar)
Jantar Mantar
Photo Credit: Riti Riwaz

จันทรมันตรา เป็นบริเวณหอดูดาวซึ่งเป็นสถานที่ที่รวบรวมเครื่องมือทางดาราศาสตร์มากกว่า 13 แบบ สร้างโดยมหาราชาสะหวาย จัย สิงห์ (Maharaja Sawai Jai Singh) ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของจักรวรรดิโมกุล ภายใต้สมเด็จพระจักรพรรดิออรังเซพ (Aurangzeb) เป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรมและวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี


7. กุตุบ มินาร์ (Qutub Minar)
กุตุบมินาร์

กุตุบมินาร์ หนึ่งในสัญลักษณ์ของเดลี สร้างจากหินทรายสีแดง แต่เดิมพระเจ้าปฤถวีราช กษัตริย์ฮินดูทรงสร้างหอไว้สูงเพียง 95 ฟุต เพื่อให้ลูกสาวขึ้นไปดูแม่น้ำยมุนาอันศักดิ์สิทธิ์ในขณะสวดมนต์ ต่อมากษัตริย์กุตุบอุดดินไอบัก (Qutub ud-din Aibak) ซึ่งเป็นกษัตริย์มุสลิมได้ปรับปรุงในปี ค.ศ. 1193 และมีกษัตริย์องค์อื่นเสริมต่อจนเป็นรูปร่างที่เห็นในปัจจุบัน นับเป็นศิลปกรรมแบบมุสลิมผสมฮินดูที่หาดูได้ยาก


8. สุสานหุมายูน (Humayun’s Tomb)
สุสานหุมายูน
Photo Credit: Grunge Indian Elephants

สุสานหุมายูนเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์หุมายูน เหล่ามเหสี และแม้แต่ช่างตัดผมคนโปรด ถือเป็นสถาปัตยกรรมโมกุลที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นแบบอย่างในการสร้างทัชมาฮาลในเวลาต่อมา ภายในสุสานมีสวนที่ได้รับการจัดแต่งอย่างสวยงามและดูแลเป็นอย่างดี 


9. วัดดอกบัว (Lotus Temple)
วัดดอกบัวแห่งศาสนาบาไฮ
Photo Credit: Minube

วัดดอกบัว หรือวัดของศาสนาบาไฮ เป็นอาคารหินอ่อนสีขาวรูปทรงดอกบัวบาน ประกอบด้วยใบบัวหินอ่อนจำนวน 27 กลีบ อาคารใหญ่โตนี้ล้อมรอบด้วยสระน้ำจำนวนถึง 9 สระ และสนามหญ้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีและมีขนาดกว้างใหญ่ถึงประมาณ 67.5 ไร่


10. วัดอักชาร์ดาห์ม (Akshardham Temple)
วัดอักชาร์ดาห์ม (อักษราธรรม)

อักชาร์ดาห์ม (ในภาษาไทยบ้างเรียกว่า อักษราธรรม) เพิ่งสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2005 ได้ชื่อว่าเป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้หินทรายในการก่อสร้างโดยไม่ใช้โครงสร้างโลหะ ซึ่งเป็นวิธีการก่อสร้างตามรูปแบบโบราณของอินเดีย ตกแต่งด้วยงานแกะสลักหินที่ปราณีตสวยงาม อยู่ท่ามกลางสวนสีเขียวชอุ่ม มีวิหารกลางน้ำเป็นศูนย์กลาง และล้อมรอบไปด้วยกำแพงที่แกะสลักอย่างบรรจง


ไปเดลีช่วงไหนดี

การเดินทางไปเดลีนั้นสามารถไปได้ทุกฤดู แต่ช่วงฤดูหนาวในเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากอากาศจะเย็นกว่าฤดูร้อนที่รุนแรง ซึ่งอาจมีอุณหภูมิทะลุ 40 องศาได้เป็นเวลาหลายวัน


ขอบคุณข้อมูลจาก:

Wikipedia, Incredible India, Delhi Tourism, สถานทูตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และคุณปิ่น บุตรี (Incredible India : โลก 2 ใบใน “เดลี” ประตูสู่แดนอัศจรรย์)


———————————

Sabaidee India | สบายดีอยู่ที่อินเดีย

อยู่และเรียนรู้อินเดีย บล็อกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การใช้ชีวิต ภาษา และอาหารในอินเดีย เพราะเราอยากให้ทุกคนมารู้จักและ(อาจจะ)รักอินเดียไปด้วยกัน

Website: sabaideeindia.com

Twitter: twitter.com/sabaideeindia

Blockdit: blockdit.com/sabaideeindia

Pinterest: pinterest.com/sabaideeindia

Instagram: instagram.com/sabaideeindia

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s