เทศกาลกฤษณะจันมาษฏมี (Krishna Janmashtami)

กฤษณะจันมาษฏมี (Krishna Janmashtami) เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของพระกฤษณะ (Lord Krishna) ในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี ซึ่งมักจะตรงกับช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน โดยในปี 2563 นี้ตรงกับวันที่ 11-12 สิงหาคม


สารบัญ


การบูชาและการเฉลิมฉลอง

ชาวฮินดูในอินเดียปัจจุบันมักบูชาพระกฤษณะโดยการทำพิธีที่บ้าน โดยการตกแต่งบ้านให้สวยงาม ถวายอาหาร ดอกไม้ แต่งตัวให้แก่รูปปั้นพระกฤษณะ และสวดบูชาหรือร้องเพลงถวายพระกฤษณะ บ้างก็ถือศีลอดหนึ่งวันและออกจากศีลในตอนเที่ยงคืน ก่อนที่จะมีการเฉลิมฉลองในวันต่อมา

บางพื้นที่ในอินเดียยังเฉลิมฉลองเทศกาลกฤษณะจันมาษฏมีกันอย่างสนุกสนาน ด้วยการแขวนหม้อดินเผาบรรจุนมเปรี้ยวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ดะฮี (Dahi) ไว้บนที่สูง แล้วแข่งขันกันสร้างพีระมิดมนุษย์ (human pyramid) ปีนขึ้นไปทุบหม้อให้แตกจนดะฮีหกใส่ทุกคนเบื้องล่าง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่เกิดจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เรียกกิจกรรมนี้ว่า Dahi Handi ซึ่งหมายถึงหม้อดินเผาที่บรรจุดะฮีนั่นเอง

India TV News human pyramid
human pyramid

ปล. เนื่องจาก COVID-19 และอินเดียยังคงมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก การเฉลิมฉลองกฤษณะจันมาษฏมีในปีนี้จึงจำกัดให้แค่การเฉลิมฉลองที่บ้าน วันฮินดูอาจจะจัดงานได้ แต่ไม่อนุญาตให้มีผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมาก


ประวัติวันประสูติของพระกฤษณะ

พระกฤษณะ (कृष्ण – Krishna) ตามความเชื่อของชาวฮินดูนั้นจะถือว่าเป็นอวตารที่ 8 ใน 10 อวตารใหญ่ของพระวิษณุ (พระนารายณ์) และจะถือว่าเป็นอวตารที่ 20 ของพระวิษณุในภาควตปุราณะ ซึ่งอวตารลงมาในช่วงทวาปรยุค (द्वापर युग – Dvapara Yuga)

krishna

โดยในปุราณะได้กล่าวถึงการอวตารลงมาในครั้งนี้ว่า ในยุคนั้นได้มีวรรณะกษัตริย์ที่ประพฤติตนเยี่ยงมารเกิดขึ้นมากมาย จนทำให้พระภูมิหรือพระธรณีต้องทุกข์พระทัยจึงนำเรื่องนี้ไปทูลต่อพระพระพรหม เมื่อพระพรหมได้ทรงทราบเรื่องแล้วจึงรีบเสด็จไปยังเกษียรสมุทรพร้อมเหล่าเทวดาเพื่อขอให้พระวิษณุช่วยเหลือในการปราบยุคเข็ญ

เมื่อพระวิษณุทรงทราบเรื่องแล้วก็ตรัสว่าในขณะนั้นยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะที่ควร และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะที่ควรและเมื่อพระเคราะห์โคจรสถิตอยู่ในตำแหน่งที่เป็นมงคลแล้วพระองค์นั้นจะอวตารลงไปกำเนิดในโลกเพื่อขจัดเหล่าผู้ชั่วร้ายเหล่านั้นให้ โดยจะทรงลงไปอุบัติในวงศ์ยทุและจะไปประสูติเป็นโอรสของท้าววสุเทพหรือวสุเทวะ (वसुदेव) กับนางเทวกี (देवकी)

ตรงนี้ก็ขอแทรกเรื่องว่าในยุคนั้นมีกษัตริย์ที่ชั่วร้ายและเหล่าอสูรมากำเนิดอยู่มากมาย เช่น ท้าวกงส์หรือกัมสะ (कंस), ท้าวชราสันธ์ (जरासन्ध), พกาสุร (बकासुर), วัตสาสุร (वत्सासुर), เธนุกาสุร (धेनुकासुर), พาณาสุร (बाणासुर), นรกาสุร (नरकासुर) ฯลฯ

อีกทั้งพระวิษณุยังต้องไปทรงทำหน้าที่ปลดเปลื้องคำสาปให้แก่สาวกขององค์ ผู้เป็นทวารบาลรักษาทางเข้าไวกูณฐ์ มีนามว่า ชัย (जय) กับวิชัย (विजय) ซึ่งถูกสนกาทิฤษี (सनकादि ऋषि) ทั้งสี่สาปให้ลงมารับโทษในโลกมนุษย์ 3 ชาติ คือ

ชาติที่ 1 พวกเขาลงมากำเนิดเป็นหิรัณยากษะ (हिरण्याक्ष) กับหิรัณยกศิปุ (हिरण्यकशिपु) ที่พระวิษณุอวตารลงมาเป็นหมูป่ากับเป็นนรสิงห์เพื่อปลดเปลื้องคำสาปในชาติแรกให้แก่พวกเขา

ชาติที่ 2 พวกเขาลงมากำเนิดเป็นทศกัณฐ์ หรือ ราวัณ (रावण) กับกุมภกรรณ (कुम्भकर्ण) ที่พระวิษณุอวตารลงมาเป็นพระรามหรือศรีรามจันทร์เพื่อปลดเปลื้องคำสาปในชาติที่สองให้แก่พวกเขา

ชาติที่ 3 พวกเขาลงมากำเนิดเป็นศิศุปาล (शिशुपाल) แห่งอาณาจักรเจทิ (चेदि) กับทันตวักระ (दन्तवक्र) แห่งอาณาจักรกรูษ (करूष) ที่พระวิษณุอวตารลงมาเป็นพระกฤษณะในครั้งนี้เพื่อปลดเปลื้องคำสาปในชาติที่สามให้แก่พวกเขา

คราวนี้ก็กลับมาสู่เรื่องช่วงเวลาในการประสูติของพระกฤษณะกันต่อไปว่า ในภาควตปุราณะได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่พระกฤษณะประสูติไว้ว่า

เมื่อได้เวลาที่พระผู้เป็นเจ้า (พระวิษณุ) จะอวตารลงมาอุบัติยังโลกมนุษย์นั้นหมู่ดาวได้สถิตเรียงรายกันอย่างเป็นมงคลยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มดาวฤกษ์นักษัตรโรหิณี (रोहिणी) หรือ พฺราหฺมี (ब्राह्मी) ซึ่งปกครองโดยพระประชาบดี (प्रजापति) หรือ วิศวรูป (विश्वरूप) นั้นปรากฏเป็นมงคลโดดเด่นมาก

อีกทั้งยังกล่าวว่าพระกฤษณะนั้นประสูติในเดือนภาทรปท (भाद्रपद) กฤษณปักษ์ (कृष्ण पक्ष) ดิถีอัษฏมี (अष्टमी) โดยถ้าแปลเป็นไทยก็จะว่าเป็น “วันแรม ๘ ค่ำ เดือนภาทรปท”

ตรงนี้ถ้าทางอินเดียนับเดือนไจตระเป็นเดือนที่ 1 ทางไทยเราก็จะนับเดือนไจตระเป็นเดือน ๕ และทางอินเดียจะนับเดือนภาทรปทเป็นเดือนที่ 6 ดังนั้นถ้าเป็นเดือนทางจันทรคติของไทยก็จะตกอยู่ในเดือนที่ ๑๐ นั่นเอง (ในกรณีเป็นปีอธิกมาสซึ่งไม่มีการทดเพิ่มเดือนทางจันทรคติ)

ตรงนี้นักโหราศาสตร์อินเดียหลายท่านได้คำนวณพระเคราะห์ในช่วงเวลาประสูติของพระกฤษณะไว้ว่า พระจันทร์และลัคน์ในดวงพระชะตากำเนิดของพระกฤษณะนั้นสถิตอยู่ในราศีพฤษภบริเวณของกลุ่มดาวฤกษ์นักษัตรโรหิณี ส่วนดวงอาทิตย์นั้นจะสถิตเป็นเกษตรอยู่ในราศีสิงห์ (ด้วยว่าในช่วงพลบค่ำนั้นกลุ่มดาวภาทรปทจะปรากฏขึ้น ณ ขอบฟ้า)

อีกทั้งเมื่อลัคน์สถิตอยู่ในราศีพฤษภและดวงอาทิตย์สถิตอยู่ในราศีสิงห์เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพระกฤษณะนั้นประสูติในช่วงเกือบเที่ยงคืนนั่นเอง

แล้วตรงนี้ก็จะไปตรงกับข้อมูลอื่น ๆ ในเรื่องการประสูติของพระกฤษณะอีกว่าในเวลาที่พระองค์ประสูตินั้นผู้คนต่างหลับใหลอย่างสนิทอยู่ อันทำให้ท้าววสุเทวะนั้นสามารถนำพระกฤษณะซึ่งเป็นทารกหนีออกจากที่คุมขังข้ามแม่น้ำยมุนาเพื่อพาพระกฤษณะซึ่งเป็นทารกไปฝากไว้กับนันทะที่หมู่บ้านโคกุล และตกลงสลับพระกฤษณะกับธิดาของนันทะ (ซึ่งก็คือเทวีโยคนิทราหรือพระแม่ทุรคา) แล้วนำกลับมาสู่ที่คุมขังได้เพื่อป้องกันมิให้ท้าวกงส์สงสัยและหวังว่าถ้าท้าวกงส์เห็นว่าพระนางเทวกีประสูติทารกออกมาเป็นเพศหญิงแล้วก็จะไม่สังหาร

นี่เองจึงถือเอาวันแรม 8 ค่ำ เดือนภาทรปทนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระกฤษณะ

Radha and Krishna , Indian handicrafts fair at Kolkata

(ขอบคุณข้อมูลจาก Lookyak Channel)


ประวัติวันกฤษณะจันมาษฏมี (ภาษาฮินดี)

———————————

Sabaidee India | สบายดีอยู่ที่อินเดีย

อยู่และเรียนรู้อินเดีย บล็อกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การใช้ชีวิต ภาษา และอาหารในอินเดีย เพราะเราอยากให้ทุกคนมารู้จักและ(อาจจะ)รักอินเดียไปด้วยกัน

Website: sabaideeindia.com

Twitter: twitter.com/sabaideeindia

Blockdit: blockdit.com/sabaideeindia

Pinterest: pinterest.com/sabaideeindia

Instagram: instagram.com/sabaideeindia

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s