รู้จักอินเดียอีสาน “รัฐ 7 สาวน้อย และ 1 หนุ่ม” มีดีอะไร?

เมื่อมองแผนที่อินเดียดูแล้วจะเห็นว่า “อินเดียอีสาน” แทบจะอยู่กึ่งกลางระหว่างอินเดียแผ่นดินใหญ่และประเทศไทยเลยทีเดียว ระหว่างอินเดียกับอินเดียอีสาน มีเพียงบังคลาเทศคั่นกลาง ซึ่งแทบจะตัดขาดสองพื้นที่นี้ออกจากกัน และระหว่างอินเดียอีสานกับไทย ก็คือประเทศเมียนมาเพื่อนบ้านของเรานั่นเอง

india-northeast-zone-map

เมื่อลองเอ่ยชื่อแต่ละรัฐที่ประกอบขึ้นเป็นภาคอีสานของอินเดีย ซึ่งได้แก่

  1. Meghalaya (เมฆาลัย/เมฆาลายา)
  2. Arunachal Pradesh (อรุณาจัลประเทศ)
  3. Nagaland (นาคาแลนด์)
  4. Tripura (ตรีปุระ)
  5. Assam (อัสสัม)
  6. Manipur (มณีปูร์)
  7. Mizoram (มิโซรัม) และ
  8. Sikkim (สิกขิม)

ผู้เขียนเชื่อว่าอย่างน้อยรัฐอัสสัมและสิกขิมน่าจะคุ้นหูผู้อ่านอยู่บ้าง เพราะชาอัสสัมนั้นโด่งดังไกลไปทั่วโลก และหลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับไทอาหมกลุ่มชาติพันธุ์ไทที่มีวัฒนธรรมและภาษาคล้ายคลึงกับเราเป็นอย่างมากที่อาศัยอยู่ในอัสสัม และสิกขิมนั้น สายเที่ยวน่าจะต้องรู้จักอยู่แล้วในเรื่องความงามของธรรมชาติ

แต่อินเดียอีสานยังมีอะไรน่าสนใจมากกว่าอัสสัมและสิกขิมเท่านั้น วันนี้เราลองมาทำความรู้จัก “รัฐ 7 สาวน้อย และ 1 หนุ่ม” นี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า


ความเป็นมาของ “7 สาวน้อย และ 1 หนุ่ม”

Seven Sisters of India หรือ “รัฐ 7 สาวน้อย” ก็คือ 7 รัฐอินเดียอีสานที่มีพรมแดนติดกัน ยกเว้นเพียงสิกขิมที่มีรัฐเบงกอลตะวันตกมาคั่นกลาง ก่อนหน้านั้น…หลังจากที่อินเเดียได้รับเอกราช มีเพียง 3 รัฐหลักเท่านั้น คือ อัสสัม มณีปูร์ และตรีปุระ และรัฐที่เหลือนั้นทยอยกลายเป็นรัฐและมารวมกันจนเป็น “Seven Sisters” ในภายหลัง แต่ละรัฐมีศาสนา ชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมที่หลากหลายแตกต่างกันไป แต่เมื่อมองในด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจแล้ว 7 รัฐนี้มีมีความคล้ายคลึง และนั่นจึงเป็นที่มาของ “Seven Sisters” นั่นเอง

แต่ผู้ที่เริ่มใช้คำว่า “Land of the Seven Sisters” เรียกรัฐเหล่านี้คือนักข่าวในรัฐตรีปุระชื่อ Jyoti Prasad Saikia ซึ่งเผลอพูดออกวิทยุในช่วงที่มีการจัดตั้งรัฐใหม่ๆ ในปี 1972 และภายหลังได้ออกหนังสือในชื่อเดียวกัน และติดหูตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ส่วนรัฐสิกขิม ด้วยความที่ไม่ได้อยู่ติดกับรัฐอื่นๆ และมีประวัติศาสตร์และกลุ่มชาติพันธุ์ไม่เหมือนกับ 7 รัฐที่เหลือ แต่เมื่ออินเดียแบ่งเขตการปกครองให้สิกขิมอยู่ในภาคอีสาน สิกขิมจึงกลายเป็น “น้องชายคนเดียว” ของกลุ่มไปโดยปริยาย และนี่คือที่มาของ “Seven Sisters and One Brother of India” นั่นเอง

sotc__magical_north__QS42H
 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอินเดียอีสาน
  • Tawang Monastery ในรัฐอรุณาจัลประเทศเป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย
  • ทะเลสาบ Loktak ในรัฐมณีปูร์เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย
  • หมู่บ้าน Mawlynnong ในรัฐเมฆาลายาขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สะอาดที่สุดในอินเดีย
  • โรงกลั่นน้ำมันที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดียตั้งอยู่ที่เมือง Digboi รัฐอัสสัม
  • ราชวงศ์อาหม (Ahom Dynasty) เป็นราชวงศ์ที่ไม่ถูกแบ่งแยกที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ปกครองอาณาจักรอาหม (Ahom Kingdom) นานเกือบ 600 ปี
  • มณีปูร์และนาคาแลนด์ เป็นสองรัฐเดียวในอินเดียที่มีการรบเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชื่อเรียกว่า Battle of Imphal and Kohima โดยทหารญี่ปุ่นได้เข้ามารุกรานทั้งสองรัฐเพื่อจะเข้าอัสสัม และมายังอินเดียเหนือ แต่ไม่สำเร็จ การรบครั้งนี้ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น ‘Britain’s Greatest Battle’ โดย British National Army Museum ในปี 2013 อีกด้วย
 

สิ่งที่น่าสนใจในแต่ละรัฐ

1. Meghalaya

รัฐเมฆาลัยขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐที่สะอาดและฝนตกหนักที่สุดในอินเดีย และในหมู่บ้านที่ชื่อ Mawlynnong มี “สะพานรากไม้มีชีวิต” (Living Root Bridge) อันโด่งดัง ที่ชาวบ้านช่วยกันรักษาเป็นอย่างดี

(ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเห็นมาแล้ว ลองดูได้ใน Shillong Jong Ngi – ชีลองของพวกเรา: ชวนชมวิว 3 แห่งในชีลอง)

meghalaya-index-map-2020

เมืองหลวง: ชีลอง (Shillong)
ภาษา: Khasi, Garo, Jaintia, Bengali, Assamese, English
สถานที่ท่องเที่ยว: Cherrapunji Garo Hills, Tura, Butterfly Museum, Central Museum
เทศกาลสำคัญ: Wangala (Harvest Festival), Shad Nongkrem


2. Arunachal Pradesh

Tawang Monastery ในรัฐอรุณาจัลประเทศ นอกจากจะเป็นอารามที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียแล้ว ยังเป็นอารามแหล่งกำเนิดของท่านดาไลลามะลำดับที่ 6 ซังยาง เกียตโซ (Tsangyang Gyatso) และไม่ไกลออกไป ณ Bum La Pass ยังเป็นที่พำนักของท่านดาไลลามะลำดับที่ 14 องค์ปัจจุบัน ซึ่งลี้ภัยมาจากทิเบตอีกด้วย (รัฐนี้เป็นเขตพิพาทระหว่างจีนและอินเดียมาหลายสิบปี แผนที่จีนก็เคลมว่ารัฐนี้เป็นของตน ส่วนแผนที่อินเดียก็อย่างที่เราเห็นกัน ใครสนใจด้านการเมืองลองอ่านบทความนี้ดู: อรุณาจัลประเทศเป็นของจีนหรืออินเดีย https://www.thairath.co.th/content/309397)

ในรัฐอรุณาจัลประเทศยังมีชาวไตคำตี่ ที่มีหน้าตาและวิถีชีวิตคล้ายกับคนไทย เมียนมา และลาวด้วย:

Meitei people
arunachal-pradesh

เมืองหลวง: อิฏานคร (Itanagar)
ภาษา: Monpa, Mild, Aka, Sherdukpen, Apatani, Adi, Hill Miri
สถานที่ท่องเที่ยว: Twang Hompa, Dirang, Bomdila
เทศกาลสำคัญ: Losar, Si-Donyi, Reh, Mopin and Solung


3. Nagaland

รัฐนาคาแลนด์ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา และมีชนเผ่าหลักๆ อาศัยอยู่ถึง 16 เผ่า ได้แก่ Angami, Ao, Chakhesang, Chang, Kachari, Khiamniungan, Konyak, Kuki, Lotha, Phom, Pochury, Rengma, Sangtam, Sumi, Yimchunger และ Zeme-Liangmai (Zeliang) แต่ละเผ่ามีภาษา วัฒนธรรม และชุดประจำเผ่าเป็นของตนเอง แต่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์

nagaland-map

เมืองหลวง: โกหิมา (Kohima)
ภาษา: Ao, Sema, Konyak, Angami, Chakhesang, Chang, Khiamniungan, Kuki
สถานที่ท่องเที่ยว: World War II Cemetery, Kohima Village (Bara Basti), State Museum
เทศกาลสำคัญ: Moatsu harvest festival, Selu-enyi, Sankarni


4. Tripura

รัฐตรีปุระเป็นรัฐมหาราชาที่ปกครองโดยราชวงศ์ Manikya มาราว 1,500 ปีก่อนที่อังกฤษจะเข้ามาปกครองอินเดีย และยังเป็นแหล่งที่ผลิตข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดีย มีพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 91% ของพื้นที่รัฐ

tripura-index-map-20
Unakoti_group_of_bas-relief_sculptures,_Tripura,_India

เมืองหลวง: อัครตละ (Agartala)
ภาษา: Kok-borok, Bengali, Manipuri
สถานที่ท่องเที่ยว: Ujjayant Palace, Chaturdas Devata Temple, Neer Mahal, Sipahijala
เทศกาลสำคัญ: Kharchi Puja, Jer and Garia Puja, Ganga Puja


5. Assam

นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องชาอัสสัม และโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียแล้ว รัฐอัสสัมยังมีสะพานข้ามแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอินเดีย ชื่อสะพาน Bhupen Hazarika Setu ที่ยาวถึง 9.15 กม. เชื่อมระหว่างรัฐอัสสัมและอรุณาจัลประเทศ สมชื่อ “ประตูสู่อินเดียอีสาน” จริงๆ

assam-index-map-2020

เมืองหลวง: ทิสปุระ/ดิสปูร์ (Dispur)
ภาษา: Assamese, Bodo, Karbi, Bengali
สถานที่ท่องเที่ยว: Kamakhya temple, Umananda (Peacock Island), Navagraha (temple of nine planets), Basistha Ashram, Dolgobinda
เทศกาลสำคัญ: Bihu, Sivaratri Mela, Baishagu


6. Manipur

รัฐมณีปูร์มีสวนสาธารณะลอยน้ำแห่งเดียวในโลก ชื่อ Keibul Lamjao National Park ลักษณะคล้ายบึงหนองลอยได้ ซึ่งอยู่ในทะเลสาบ Loktak Lake ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย และเป็นที่อยู่อาศัยของละองละมั่ง/ซาไก (brow-antlered deer) ที่ใกล้สูญพันธุ์

A_home_on_Loktak_Lake_Moirang_Manipur_India
manipur-map-2020

เมืองหลวง: อิมพาล (Imphal)
ภาษา: Manipuri, Thado, Tankhul
สถานที่ท่องเที่ยว: The Keibul Lamjao National Park, Loktak Lake, The War Cemetery, Manipur Zoological Garden and Manipur State Museum
เทศกาลสำคัญ: Heikru Hitongba Boat Races, Baruni


7. Mizoram

มิโซรัมเป็นรัฐผลิตไม้ไผ่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดีย ชาวมิโซรัมจะรู้จักปรากฏการณ์ “Mautam” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นทุก 48-50 ปี ที่ต้นไผ่ประเภทหนึ่งจะออกดอกพร้อมกันและตายไป ทิ้งเมล็ดไว้เป็นจำนวนมาก หนูและแมลงอาศัยเมล็ดไผ่เป็นอาหาร และกัดกินพืชผลของชาวบ้านไปทั่ว ทำให้การความขาดแคลนอาหารอย่างหนักในปี 1739 และ 2006-7 จนรัฐบาลต้องออกมาตรการป้องกัน

BambooFlowering
mizoram-map

เมืองหลวง: ไอซอล (Aizawl)
ภาษา: Lushai, Mizo, Bengali, Lakher
สถานที่ท่องเที่ยว: Phawngpui, Sibuta Lung, Philpui Grave, Pangzawl
เทศกาลสำคัญ: Chapchar Kut, Mim Kut, Pawl Kut


8. Sikkim

ก่อนที่อังกฤษจะเข้ามาปกครองอินเดีย รัฐสิกขิมเคยเป็นประเทศอิสระมาก่อน และถูกรวมเข้ากับอินเดียในปี 1975 นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว สถาปัตยกรรมของสิกขิมยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการก่อสร้างตามหลักสัญลักษณ์มงคล 8 ของพุทธศาสนานิกายมหายานทางทิเบต ได้แก่
ฉัตร: ปกป้องจากความทุกข์
ปลาทองคู่: การฟันฝ่าต่ออุปสรรค
หอยสังข์: เสียงสะท้อนก้องแห่งธรรมะและความรู้แจ้ง
– ดอกบัว: ความรู้แจ้งในธรรม
– ธงชัย: ธรรมมะที่ย่อมชนะอธรรม
– แจกัน: อายุมั่นขวัญยืน
– ธรรมจักร: วงเวียนชีวิตและกฎแห่งกรรม
– เงื่อนนิรันดร: กฎแห่งเหตุและผล ไม่มีการเริ่มต้นและสิ้นสุด

sikkim-map

เมืองหลวง: กังต๊อก (Gangtok)
ภาษา: Lepcha, Bhutia, Limbu, Nepali, Hindi
สถานที่ท่องเที่ยว: Tusklakhang, Namgyal, Deer Park, Orchid Sanctuary, Khabelstok
เทศกาลสำคัญ: Kanchendzonga, Lossong


อินเดียอีสานและไทย

การค้าและการลงทุน

ในด้านการค้าระหว่างอินเดียอีสานและไทยนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเจาะตลาดนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นพื้นที่ที่ยังมีโอกาสสูง ด้วยสามารถเชื่อมโยงกับไทยในทางบกได้ และผู้คนมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าไทย อาหารการกินก็คล้ายคลึงกัน สินค้าเป้าหมายสำหรับอินเดียอีสานจึงเป็นอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้าแฟชั่นที่มีราคาไม่สูงมาก บริการโลจิสติกส์ เป็นต้น

(แหล่งข่าว: ‘พาณิชย์’ รุกหน้าวางกิจกรรมเจาะตลาดอินเดีย ใน 7 รัฐสำคัญ)

ธนาคารเพื่อการนำเข้าส่งออกแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) ยังได้กล่าวถึง 7 สิ่งมหัศจรรย์ ในรัฐ 7 สาวน้อย ไว้ดังนี้
1. ใกล้ไทยมาก ใช้เวลาขนส่งทางถนนเพียง 1-2 วัน
2. พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ติดกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน
3. เป็นประตูสู่ CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) ภายใต้นโยบาย Act East ของอินเดีย
4. ดินแดนของเศรษฐกิจการเกษตร
5. แหล่งพลังงานสำคัญ
6. ตลาดใหญ่กว่าหลายประเทศในอาเซียน
7. ประชากรบางส่วนสืบเชื้อสายจากคนไทยและพูดภาษาไทยได้

(รายละเอียดเพิ่มเติม: เปิดประตูสู่ตลาดใหม่)


การท่องเที่ยว

จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเคยไปเก็บข้อมูลภาษาคาซี (Khasi) ที่เมืองชีลอง รัฐเมฆาลัย สมัยยังเรียนป.โทอยู่ที่เดลี ก็ได้พบกับความน่าทึ่งและน่าประทับใจหลายอย่างของเมืองนี้ และตั้งใจจะกลับไปเที่ยวอีกให้ได้ โดยกะว่าอย่างน้อยปีนี้ต้องได้ไปสิกขิม อัสสัม นาคาแลนด์ หรือไม่ก็มณีปูร์ เพราะมีเพื่อนสมัยเรียนอยู่ที่นั่นและก็อยากไปเปิดหูเปิดตาเพิ่มเติม แต่ก็เจอพิษโควิด-19 ล็อคดาวน์ประเทศกันยาว และอะไรๆ ก็น่าจะไม่เหมือนเดิมไปอีกนาน แผนเลยต้องพับยาวเลยค่ะ แต่คิดในแง่ดีก็ดีไปอีกแบบ รอให้ธรรมชาติฟื้นตัวให้สุดๆ ไปเลย พอเราได้เจอกัน มันจะต้องสวยงามและน่าประทับใจกว่าที่คิดไว้แน่นอน

ตอนนั้นที่ผู้เขียนเดินทางไปพร้อมคณะ ความจริงวางแผนที่จะนั่งรถไฟกันไปจากเดลี ซึ่งตามกำหนดการแล้วจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง แต่ผู้เขียนเลือกนั่งเครื่องไปลงที่อัสสัม แล้วเหมาแท็กซี่ต่อไปชีลองกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งแทน และก็รู้สึกว่าตัวเองคิดถูก เพราะปรากฎว่ากลุ่มที่เดินทางกันมาโดยรถไฟ ใช้เวลาวันครึ่งกว่าจะถึงจุดหมาย และต่อมาที่พักอีกก็เกือบ 2 วันพอดี พวกเราที่ถึงกันก่อนก็ได้แต่ดูเพื่อนๆ อัพสเตตัสความสวยงามของสองข้างทางและบ่นกันอุบอิบว่าเมื่อไหร่จะถึงกันเพลินๆไป

ความรู้สึกแรกเลยที่ไปถึง… ระหว่างนั่งรถไปยังที่พัก… คืออากาศดีมาก ก ไก่ล้านตัว ป่าเขียว ถนนหนทางดูดี แล้วยิ่งที่พักของเราคือมหาวิทยาลัย North-Eastern Hill University (NEHU) คือธรรมชาติมาก เราว่า JNU ม.เราที่เดลีเป็นป่าเยอะแล้ว ที่นี่คือป่าสนทั้งมหาลัยเลยแหละ เดินเล่นกันเพลินเลย แต่เพลินมากก็อาจจะหลงได้ ระหว่างที่เราพักกันอยู่ที่นี่ก็ได้รูปสวยๆ กันมากมาย

เรื่องที่สองคือ อาหาร เพื่อนที่เราเกาะขึ้นเครื่องไปด้วยคนหนึ่งเป็นคนในพื้นที่ ระหว่างทางไปที่พักนางก็พาเราแวะทานอาหารพื้นบ้าน อารมณ์เหมือนร้านข้าวแกงข้างทางบ้านเรา แล้วคืออร่อยมาก ก ไก่ล้านตัวอีกครั้ง มันคือผัดผักอะไรไม่รู้ใส่หมูราดข้าว ที่เราไม่เคยจะหากินได้มาก่อนตอนอยู่เดลี! แถมยังมีแกงและของกินพื้นเมืองอีกมากมายที่เราจำชื่อไม่หมดระหว่างที่ได้อยู่ที่นั่น ที่รับรองว่าถูกปากคนที่ชอบพูดว่าอาหารอินเดียเลี่ยนแน่นอน! คนไทยทุกคนที่เคยไปชีลองที่เรารู้จักพูดเหมือนกันหมดว่า ประทับใจอาหารที่สุด และที่พีคสุดก็คือ เค้าขายเนื้อกันอย่างโจ๋งครึ่มเลย เนื้อที่เราเห็นเค้าแขวนหน้าร้านที่เราคิดว่าเนื้อหมู มันคือเนื้อวัว ที่ไม่สามารถเห็นได้ในรัฐฮินดูนิยมแน่นอน!

shillong
ของหวานที่ได้ทางที่ชีลอง จำชื่อไม่ได้แล้ว

เรื่องต่อมาคือความอบอุ่นที่ได้รับจากคนท้องถิ่น อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่ารัฐ 7 สาวน้อย มีชนเผ่ามากมาย และมีชาวเผ่าไทต่างๆ ที่ไปตั้งรกรากที่นั่น และมีภาษาและวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับเรามาก ผู้เขียนเป็นคนภาคเหนือ ก็ยิ่งรู้สึกใกล้ชิดมากขึ้นไปอีก ตอนอยู่ที่นั่น เวลาบอกคนท้องถิ่นว่ามาจากเมืองไทย ทุกคนดูดีอกดีใจ ราวกับได้เจอญาติที่ตามหามานาน ถามว่าที่ไทยมีแบบนู้นแบบนี้มั้ย เธอรู้จักชาวไทอาหมที่อยู่อัสสัมมั้ย เธอรู้มั้ยว่า princess ของเธอก็เคยมาที่นี่มาก่อนนะ ฯลฯ เค้าต้อนรับเราดีมากจนเรารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ทั้งที่ไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน เป็นความประทับใจที่ไม่รู้ลืมเลย

อ่านรีวิวได้ที่: Shillong Jong Ngi – ชีลองของพวกเรา: ชวนชมวิว 3 แห่งในชีลอง https://www.sabaideeindia.com/post-1/shillong

ในด้านการท่องเที่ยวแล้ว ผู้เขียนคิดว่าปัญหาเดียวของอินเดียอีสานคือค่าใช้จ่ายในการเดินทางยังสูง เพราะต้องต่อเครื่อง หรือต่อรถไฟ หรือเช่าแท็กซี่อย่างที่ผู้เขียนทำ จึงควรไปกันเป็นกลุ่ม (เพื่อหาตัวหารและเพื่อความอุ่นใจ) แต่รับรองได้เลยว่าไปถึงแล้วต้องถูกใจอะไรสักอย่างที่นั่นแน่นอน อวยสุดๆ ค่ะ


อ้างอิงข้อมูลจาก:
– แผนที่ทั้งหมด – mapsofindia.com

-เกร็ดความรู้ต่างๆ – theculturetrip.com/asia/india/articles/7-mind-blowing-facts-about-the-7-sisters, traveltriangle.com/blog/seven-sisters-of-india/#/FAQs, tourism-of-india.com, thelandofwanderlust.com

———————————

Sabaidee India | สบายดีอยู่ที่อินเดีย

อยู่และเรียนรู้อินเดีย บล็อกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การใช้ชีวิต ภาษา และอาหารในอินเดีย เพราะเราอยากให้ทุกคนมารู้จักและ(อาจจะ)รักอินเดียไปด้วยกัน

Website: sabaideeindia.com

Twitter: twitter.com/sabaideeindia

Blockdit: blockdit.com/sabaideeindia

Pinterest: pinterest.com/sabaideeindia

Instagram: instagram.com/sabaideeindia

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s