10 คำและประโยคภาษาอังกฤษสไตล์อินเดีย ที่เพิ่งเคยได้ยินที่อินเดียนี่แหละ

อินเดียเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล จึงมีความหลากหลายทั้งทางด้านสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และหนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้นเรื่องภาษา

ด้วยภาษาที่มากมายนับพันภาษาจนหลายคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คนอินเดียพูดภาษาอะไรกันแน่? แต่หนึ่งในภาษาเหล่านั้น และเป็นภาษาที่เราต้องใช้แน่นอนเมื่อคุยกับคนอินเดีย ก็คือภาษาอังกฤษนั่นเอง

และเมื่อพูดถึงภาษาอังกฤษสไตล์อินเดีย หรือภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดีย หลายคนคงส่ายหัวก่อนเลย เพราะได้ยินกิตติศัพท์มาแล้วว่าฟังยากเหลือเกิน ทำไมมันไม่เหมือนภาษาอังกฤษแบบที่เราเรียนมาเลยวะ? แล้วภาษาอังกฤษอะไร ร เรือ, ต เต่า, ป ปลา ชัดซะเหลือเกิน โอ๊ย ฟังแล้วมึน!



ประสบการณ์ส่วนตัว

เราเองก็เคยมึนงงกับภาษาอังกฤษสไตล์อินเดียมาแล้ว ตอนทำงานเสิร์ฟในร้านอาหารที่ออสเตรเลีย เจอพี่แขกสั่งน้ำเปล่า “วิด เด๊า ไดซ์” ขอให้ทวนประมาณ 3 รอบ ก็ยังฟังออกมาได้เหมือนเดิมว่า “วิด เด๊า ไดซ์” จะถามรอบที่ 4 ก็เกรงว่าลูกค้าจะตบเอา ก็เลยรับออร์เดอร์มา แล้วไปถอดรหัสกับเพื่อนร่วมงานแทน

ทุกคนก็งงว่ามันคืออะไรวะ? แต่คำที่มีความหมายที่สุดน่าจะเป็นคำว่า “ไดซ์” dice ก็คือลูกเต๋า ลูกเต๋าอะไรวะ อ๋อ คงหมายความว่าไม่ต้องใส่น้ำแข็งแบบลูกเต๋า? โอเค ไม่ใส่น้ำแข็ง จบ!

พอเอาไปเสิร์ฟ ก็ปรากฎว่าเราถอดรหัสกันถูกจริงๆ ลูกค้าพอใจกับน้ำเปล่าไม่เอาน้ำแข็งลูกเต๋าของนาง พร้อมกับความงงของเรา ที่คิดในใจว่าทำไมไม่พูดว่า ice ก็พอ จะ dice ทำไม

แล้วสมองก็ย้อนคิดไปถึงการเชื่อมเสียงของคำในภาษาอังกฤษที่เรียนมานานมากแล้ว แล้วก็ถึงบางอ้อ นางไม่ได้พูดว่า dice จ้า นางพูดว่า ice จริงๆ แต่เอาเสียง d (ที่มันน่าจะเป็น t มากกว่า) มาจาก without ข้างหน้าด้วย มันจึงกลายเป็น “วิด เด๊า ไดซ์” ให้คนไทยงงเลย

without ice = วิด เด๊า ไดซ์

จ้ะ!

หลังจากนั้นมา เวลารับออร์เดอร์ลูกค้าอินเดีย เราจะทวนออร์เดอร์กลับไปเลยว่า no ice? ใช่มั้ย เพื่อความชัวร์ แม้ในหัวจะได้ยิน dice อยู่ตลอดก็ตาม

(ป.ล. ขอให้สามีพูดให้ฟังอีกรอบ ก็เป็น dice อยู่จริงๆ)

ตัดภาพกลับมาตอนนี้ อยู่อินเดียมาสองปีกว่าแล้ว อย่าว่าแต่ฟังออกเลย สำเนียงอินเดียกลายเป็นสำเนียงที่เราเริ่มจะติดไปแล้วด้วยซ้ำ พูดอะไรก็เริ่มจะลงท้ายด้วย “แฮ นะ” (hai na แปลว่า ใช่มั้ย?) แม้แต่การอุทาน/การด่าก็เริ่มจะเป็นฮินดีมากกว่าอังกฤษไปแล้ว (น่าสังเกตเนอะ เวลาเราเรียนภาษาใหม่ๆ มักจะได้คำด่าก่อนคำดีเสมอ)

นอกจากนี้ เรายังเริ่มสังเกตว่ามันมักจะมีคำศัพท์หรือประโยคแปลกๆ ที่มันฟังรู้เรื่องนะ แต่ไม่ยักกะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน นอกจากที่อินเดียเนี่ย ก็เลยลองรวบรวมและได้ 10 คำและประโยคภาษาอังกฤษสไตล์อินเดีย ที่เพิ่งเคยได้ยินที่อินเดียนี่แหละ มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันเลย


1. Lakh / Lac

lakh หรือ lac (หลักค์) หมายถึง หนึ่งแสน

2

แล้วเวลาเขียนตัวเลขหลักแสนขึ้นไป ก็จะคั่นคอมม่าไม่เหมือนบ้านเรา คือ

1,00,000 = 1 lakh = 1 แสน

10,00,000 = 10 lakhs = 1 ล้าน

คือคอมม่าเริ่มจากสามหลัก แล้วกลายเป็นสองหลัก งงมั้ยล่ะคะ?

แต่มันยังไม่หมด!

พอจะนับ 10 ล้าน เค้าก็จะใช้คำว่า crore (คะโรร์/กะโรร์) หรือหลักโกฏิของเรานั่นเอง แต่จะเขียนแบบนี้

1,00,00,000 = 1 crore = 1 โกฏิ / 10 ล้าน

10,00,00,000 = 10 crores = 10 โกฏิ / 100 ล้าน

100,00,00,000 = 100 crores = 100 โกฏิ / 1,000 ล้าน

1,000,00,00,000 = 1,000 crores = 1,000 โกฏิ / 10,000 ล้าน

คือคอมม่าเปลี่ยนมาเป็นสามหลักอีกรอบ!?! อิหยังวะมั้ยล่ะคะ?


2. Challan

Challan (ชัลลัน) หมายถึงพวกใบเสร็จ ใบสั่ง ใบปรับอะไรก็ตามที่ทางการออกให้แล้วเราต้องไปจ่าย หรือบางที แม้แต่ใบส่งของจากร้านค้าก็ยังเรียกว่า Delivery Challan เลย

3

ปกติเราจะเห็นแต่ invoice ไม่ก็ receipt หรือ notice ก็เพิ่งเคยเจอ challan ที่อินเดียเนี่ยแหละ


3. Stepney

สามี: วันก่อนขับรถอยู่แล้วยางรั่ว ดีนะที่มี stepney อยู่ด้วย

ฉัน: ใครอะ Stepney เพื่อนเธอเหรอ

สามี: (มองหน้าเรางงๆ) นี่เธอไม่รู้จัก Stepney เหรอ?

ฉัน: จะไปรู้จักได้ไงเล่า ก็เธอไม่เคยแนะนำให้รู้จัก

สามี: (หัวเราะ) stepney ไม่ใช่คน! …

4

Stepney (สเต๊ปนี่) คือยางอะไหล่!

ปกติเราจะใช้คำว่า spare tyre พอได้ยินคำว่า stepney ครั้งแรกก็เลยคิดว่าเป็นชื่อคนซะงั้น กว่าจะเข้าใจก็เกือบจะมีเรื่องกับสามีซะแล้ว นึกว่าซุกกิ๊ก!


4. Good name

พูดถึงชื่อ หากใครได้ยินคนอินเดียถามว่า What is your good name? ก็ไม่ต้องงงมากนะคะ เค้าถามถึง “ชื่อเต็ม” ของเรานั่นเอง

5เราเองก็เคยโดนถามบ่อยๆ เพราะเวลามีใครถามว่าชื่ออะไร เราก็มักจะบอกแค่ชื่อเล่นสั้นๆ ก็เลยอาจจะมีบางคนถามกลับว่าแล้ว good name ของเธอล่ะคืออะไร ก็เลยต้องบอกชื่อจริงไป แล้วทุกคนก็จะ “ฮะ อะไรนะ” กลับมาทุกที เพราะออกเสียงตามไม่ถูก


5. Cousin brother/sister

Cousin ก็คือ ลูกพี่ลูกน้อง ส่วน brother/sister ก็คือ พี่/น้องชาย หรือพี่/น้องสาว

6

คนอินเดียก็เหมือนคนไทย คือมักเรียกใครต่อใครว่า พี่/น้อง หมด แม้จะไม่ใช่ญาติกันจริงๆ ก็ตาม และยิ่งเป็นญาติกันจริงๆ แม้จะเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้อง เค้าก็เหมารวมว่าเป็นพี่น้องเค้าหมด เพราะฉะนั้นเวลาจะแนะนำให้คนอื่นรู้จักลูกพี่ลูกน้องตัวเอง ก็จะไม่พูดแค่ cousin เท่านั้น แต่จะเป็น cousin brother หรือ cousin sister แทน


6. Revert back

เวลาได้รับอีเมล์จากคนอินเดีย เราสังเกตว่าเวลาเค้าขอให้เราตอบอีเมล์เค้า เค้าจะพิมพ์มาว่า Please revert back to this email. ซึ่งมันเป็นการใช้คำซ้ำซ้อน เพราะ revert ก็หมายถึง “ตอบกลับ” อยู่แล้ว แต่ยังจะมีคำว่า back “กลับ” ต่อท้ายมาอีก

7

ในความรู้สึกเรา แค่ revert อีเมล์มันก็ดูขัดๆ อยู่แล้ว เพราะเราคุ้นตากับคำว่า reply มากกว่า แต่ก็นั่นแหละ ก็ภาษาอังกฤษสไตล์อินเดียอะ


7. Pass out

ปกติแล้วเราใช้ pass out เพื่อจะหมายความว่า “เป็นลม” คนอินเดียเค้าก็ใช้คำนี้ในความหมายนี้เหมือนกัน แต่ใช้ในอีกหนึ่งความหมายด้วย ก็คือ “จบการศึกษา”

8

เราได้ยินคำนี้ครั้งแรกก็ตอนจบจาก JNU นั่นแหละ พอสอบวันสุดท้ายเสร็จ ทุกคนก็ส่งเมสเสจใน WhatsApp กลุ่มว่า เย้ We passed out! เราจบแล้วโว้ย!

เราเห็นคำนี้ครั้งแรกก็คิดถึงคำว่าเป็นลมก่อนเลย มีใครเป็นลมเพราะข้อสอบรึเปล่าวะ? แต่พอเข้าใจความหมายใหม่แล้วก็ขำ มันก็จริงนะ กว่าจะจบเนี่ย อยากจะเป็นลมหลายครั้งมาก


8. Prepone

เห็น prepone แล้วหลายคนคงนึกถึงคำว่า postpone ที่แปลว่าเลื่อนออกไป เช่น เวลาเราขอเลื่อนนัด หรือเลื่อนประชุมออกไปวันอื่น เป็นต้น เพราะฉะนั้น ก็คงเดาความหมาย prepone ได้ไม่ยาก…

9

Prepone แปลว่าการเลื่อนเข้ามา

มันก็ดูจะไม่ใช่ภาษาอังกฤษสไตล์อินเดียซะทีเดียว เพราะการนัดเวลาประเทศไหนๆ ก็คงมีเลื่อนเข้าเลื่อนออกทั้งนั้น แต่ก็ไม่รู้สินะ เราเพิ่งมาเจอคำนี้ที่อินเดียเนี่ยแหละ…


9. How long are you?

เห็นประโยคนี้แล้วอย่าเพิ่งคิดลึกกันนะคะ โดยเฉพาะคุณผู้ชาย ถ้าคนอินเดียมาถาม How long are you? กับคุณ อย่าไปบอกเชียวนะคะว่าของคุณยาวเท่าไหร่ เค้าถามว่า “คุณสูงเท่าไหร่” ค่า

10

ใช่แล้ว ประโยคที่เราใช้เวลาจะถามใครว่าคุณสูงเท่าไหร่ คือ How tall are you? แต่คนอินเดียบางคนกลับใช้คำว่า long แทนคำว่า tall ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าคำที่แปลว่าสูงและยาวมันคือคำเดียวกันในภาษาของเค้า อย่างฮินดีก็คือคำว่า lamba (ลัมบ้า) ก็เลยได้รับอิทธิพลจากการแปลตรงตัวมาด้วยนั่นเอง

ส่วนตัวบอกเลย เจอประโยคนี้เข้าไปครั้งแรก กลั้นขำแทบไม่อยู่ จะตอบว่า “ไม่มีไอ้นั่นอะค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่ายาวเท่าไหร่” ก็กลัวพี่แขกจะไม่เก็ทมุข ต้องอธิบายกันยาวอีก

ป.ล. คนอินเดียบางคนก็ใช้ tall แล้วเวลาต้องตอบคำถามนี้จริงๆ ถ้าตอบความสูงตัวเองเป็นเมตรหรือเซ็นติเมตร พี่แขกก็จะไม่ค่อยเก็ทอีกนะ เพราะเรื่องความยาวความสูง คนอินเดียส่วนใหญ่ใช้หน่วยฟุตกับนิ้วเด้อ ก็เลยต้องมาแปลงหน่วยกันอีก


10. Do one thing.

Do one thing. ประโยคนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากการแปลตรงตัวเช่นกัน

11

ในภาษาฮินดีจะมีประโยคหนึ่งว่า Ek kam karo. แปลว่า “ทำอย่างหนึ่งให้หน่อย” พอกลายมาเป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยแปลมาโท่งๆ ว่า Do one thing. นั่นเอง ซึ่งเรามักจะใช้ Can you do me a favour? หรือ Can you do this? หรือบอกไปเลยว่าจะให้ทำอะไร แต่พี่แขกเค้ามักจะพูด Do one thing. ก่อน แล้วค่อยบอกว่า one thing นั้นมันคืออะไรในประโยคต่อมา


12

———————————

Sabaidee India | สบายดีอยู่ที่อินเดีย

อยู่และเรียนรู้อินเดีย บล็อกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การใช้ชีวิต ภาษา และอาหารในอินเดีย เพราะเราอยากให้ทุกคนมารู้จักและ(อาจจะ)รักอินเดียไปด้วยกัน

Website: sabaideeindia.com

Twitter: twitter.com/sabaideeindia

Blockdit: blockdit.com/sabaideeindia

Pinterest: pinterest.com/sabaideeindia

Instagram: instagram.com/sabaideeindia

4 thoughts on “10 คำและประโยคภาษาอังกฤษสไตล์อินเดีย ที่เพิ่งเคยได้ยินที่อินเดียนี่แหละ

  1. มีคำอื่นเพิ่มเติมอีก ประมาณ 10 คำมั้ยคะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s